รวมฟังก์ชันและสูตรยอดนิยม Excel อย่างละเอียด
หลายคนๆ ที่ใช้งาน Excel เป็นประจำมักอาจจะต้องได้ใช้งานสูตรสำหรับคิดคำนวณค่าอะไรต่างๆ กันเป็นประจำ แต่สำหรับใครที่มือใหม่ เพิ่งหัดใช้งาน บทความนี้จะมาแนะนำและทบทวนสูตรต่างๆ รวมถึงฟังก์ชั่นที่ใจงานเป็นประจำ จะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย
Excel เป็นโปรแกรมที่ทรงพลังสำหรับการจัดการข้อมูล ฟังก์ชันที่มีให้ใช้งานสามารถช่วยในการคำนวณ ค้นหาข้อมูล และจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้จะอธิบายการใช้งานฟังก์ชันยอดนิยม รวมถึงแนวทางการสร้าง Macro เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ฟังก์ชันคำนวณเงื่อนไขหลายข้อ
SUMIFS – การหาผลรวมตามเงื่อนไขหลายข้อ
ฟังก์ชัน SUMIFS ใช้เพื่อหาผลรวมของตัวเลขตามเงื่อนไขที่กำหนด
โครงสร้าง:
SUMIFS(ช่วงผลรวม, ช่วงเงื่อนไข1, เงื่อนไข1, [ช่วงเงื่อนไข2, เงื่อนไข2, ...])
ตัวอย่าง:
หาผลรวมของยอดขายที่มีประเภทสินค้าเป็น “เครื่องใช้ไฟฟ้า” และขายใน “กรุงเทพ”
=SUMIFS(B2:B100, A2:A100, "เครื่องใช้ไฟฟ้า", C2:C100, "กรุงเทพ")
MAXIFS – ค่ามากที่สุดตามเงื่อนไข
ฟังก์ชัน MAXIFS ใช้เพื่อค้นหาค่าสูงสุดจากกลุ่มข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด
โครงสร้าง:
MAXIFS(ช่วงค่าที่ต้องการหาสูงสุด, ช่วงเงื่อนไข1, เงื่อนไข1, [ช่วงเงื่อนไข2, เงื่อนไข2, ...])
ตัวอย่าง:
หาค่าสูงสุดของยอดขายที่ขายใน “เชียงใหม่”
=MAXIFS(B2:B100, C2:C100, "เชียงใหม่")
MINIFS – ค่าน้อยที่สุดตามเงื่อนไข
ฟังก์ชัน MINIFS ใช้เพื่อค้นหาค่าต่ำสุดที่ตรงตามเงื่อนไข
โครงสร้าง:
MINIFS(ช่วงค่าที่ต้องการหาต่ำสุด, ช่วงเงื่อนไข1, เงื่อนไข1, [ช่วงเงื่อนไข2, เงื่อนไข2, ...])
ตัวอย่าง:
หาค่าต่ำสุดของยอดขายใน “กรุงเทพ”
=MINIFS(B2:B100, C2:C100, "กรุงเทพ")
ฟังก์ชันค้นหาข้อมูล
MATCH – ค้นหาตำแหน่งของค่าภายในช่วงข้อมูล
ใช้เพื่อค้นหาตำแหน่งของค่าภายในช่วงข้อมูลที่กำหนด
โครงสร้าง:
MATCH(ค่าที่ต้องการหา, ช่วงข้อมูล, ประเภทการจับคู่)
0 = ค่าต้องตรงเป๊ะ
1 = ค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ (ข้อมูลต้องเรียงลำดับน้อยไปมาก)
-1 = ค่าที่มากกว่าหรือเท่ากับ (ข้อมูลต้องเรียงลำดับมากไปน้อย)
ตัวอย่าง:
หาตำแหน่งของ “สมชาย” ในคอลัมน์ A
=MATCH("สมชาย", A2:A100, 0)
INDEX – ดึงค่าตามตำแหน่งในช่วงข้อมูล
ใช้เพื่อดึงค่าจากตารางหรือช่วงข้อมูล
โครงสร้าง:
INDEX(ช่วงข้อมูล, แถวที่ต้องการ, [คอลัมน์ที่ต้องการ])
ตัวอย่าง:
ดึงค่าจากแถวที่ 5 และคอลัมน์ที่ 2 ของช่วง A2:D100
=INDEX(A2:D100, 5, 2)
VLOOKUP – ค้นหาค่าจากตารางแนวตั้ง
ใช้เพื่อค้นหาค่าจากคอลัมน์แรกของช่วงข้อมูลและคืนค่าจากคอลัมน์ที่กำหนด
โครงสร้าง:
VLOOKUP(ค่าที่ต้องการหา, ช่วงข้อมูล, คอลัมน์ที่ต้องการคืนค่า, ประเภทการจับคู่)
ตัวอย่าง:
หาค่าราคาสินค้าจากรหัสสินค้า
=VLOOKUP("A001", A2:C100, 2, FALSE)
HLOOKUP – ค้นหาค่าจากตารางแนวนอน
ใช้หลักการเดียวกับ VLOOKUP แต่ค้นหาข้อมูลตามแถว
โครงสร้าง:
HLOOKUP(ค่าที่ต้องการหา, ช่วงข้อมูล, แถวที่ต้องการคืนค่า, ประเภทการจับคู่)
ฟังก์ชันจัดการข้อความ
BAHTTEXT – แปลงตัวเลขเป็นข้อความภาษาไทย
ใช้เพื่อแปลงตัวเลขเป็นข้อความที่อ่านออกเสียงได้ในภาษาไทย
โครงสร้าง:
BAHTTEXT(ค่าตัวเลข)
ตัวอย่าง:
แปลง 1500 เป็นข้อความภาษาไทย
=BAHTTEXT(1500)
ผลลัพธ์: “หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน”
COUNT – นับจำนวนเซลล์ที่มีค่าตัวเลข
ใช้เพื่อนับจำนวนค่าที่เป็นตัวเลขในช่วงข้อมูล
โครงสร้าง:
COUNT(ช่วงข้อมูล)
LEFT / RIGHT / MID – ตัดข้อความตามตำแหน่ง
LEFT ดึงอักขระจากด้านซ้าย
RIGHT ดึงอักขระจากด้านขวา
MID ดึงอักขระจากตรงกลาง
ตัวอย่าง:
ดึงอักษร 3 ตัวแรกจาก “ABC123”
=LEFT("ABC123", 3)
ผลลัพธ์: “ABC”
การใช้ Macro และ VBA ใน Excel
Macro คือชุดคำสั่งที่สามารถบันทึกและเรียกใช้ซ้ำได้ โดยใช้ VBA (Visual Basic for Applications)
ตัวอย่างการสร้าง Macro
เปิด Excel และไปที่ Developer > Visual Basic
เลือก Insert > Module
ใส่โค้ด Macro
ตัวอย่างโค้ด VBA:
vba
Sub แสดงข้อความ()
MsgBox "สวัสดี! นี่คือ Macro ใน Excel", vbInformation, "ข้อความแจ้งเตือน"
End Sub
กด Run เพื่อดูผลลัพธ์