วิธีปลดล็อค Face ID ให้เร็วขึ้น บน iPhone และ iPad

Apple ได้เริ่มใช้ Face ID ในการปลดล็อคเครื่องบน iPhone X สักพักแล้ว แล้วก็ได้การันตีด้วยว่ามีความปลอดภัยมากกว่าการสแกนแบบ Touch ID แต่ทั้งนี้การปลดล็อคใบหน้าด้วย Face ID นั้นใช้เวลานานกว่ามาก เนื่องด้วยจากการสแกนดวงตาของผู้ใช้งาน ซึ่งใครที่ใช้งาน Face ID อยู่อาจจะติดปัญหาอยู่ตรงนี้นิดนึง แต่ก็แลกมาด้วยความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย เหมาะสำหรับใครก็ตามที่ชอบตั้งรหัสแบบง่ายๆ หรือไม่ต้องการจำรหัสในการใช้ปลดล็อคเครื่อง Face ID จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการปลดล็อคเครื่องที่ดีที่สุดและปลอดภัยกว่าระบบไหนๆ

อย่างที่บอกว่าการสแกนแบบ Face ID นั้นจะใช้เวลามากกว่าด้วยจากการสแกนม่านดวงตา ซึ่งต้องค้นหาและตรวจจับดวงตาของผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้งานใส่แว่นตา ระบบก็จะทำการตรวจเช็คโดยใช้เวลานานกว่าปกติ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากให้เสียเวลารอนาน ในการสแกนม่านดวงตา เพื่อปลดล็อคเครื่อง สามารถปิดระบบนี้ได้ โดยสามารถลดเวลาในการสแกนได้ และสามารถยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของได้จริงๆ แต่มีข้อเสียตรงที่ว่าเครื่องของคุณอาจจะปลดล็อคโดยไม่รู้ตัว หากคุณปิดการใช้งานฟีเจอร์สแกนม่านดวงตา แต่ก็แลกมาด้วยความสะดวกสบาย และง่ายต่อการใช้งาน บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการปลดล็อคเครื่องด้วย Face ID ที่เร่งสปีดช่วยให้สแกนดวงตาได้ไวขึ้น เอาเป็นว่าทำได้อย่างไร มาดูกันเลย

การปิดฟีเจอร์การตรวจจับสแกนม่านตา

อย่างแรกเลยให้เข้าไปที่ Setting จากนั้นเลือกมาที่ Face ID & Passcode ซึ่งการเข้าไปนั้นจำเป็นต้องใส่รหัสยืนยันตัวตนหนึ่งครั้ง

เลื่อนมาด้านล่าง เลือกไปที่หัวข้อ Require Attention for Face ID เลือกสวิตซ์ปิดมันให้เป็น OFF

จะระบบจะเตือนความปลอดภัย เมื่อยกเลิกการใช้งานฟีเจอร์นี้ ให้กด OK เพื่อทำการยืนยัน

เมื่อทำการปิดระบบค้นหาสแกนม่านดวงตาแล้ว การปลดล็อคเครื่องและปลุกหน้าจอด้วยการสแกน Face ID จะสามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Attention-Aware Features โดย iPhone และ iPad ของผู้ใช้งาน จะช่วยลดแสงและเสียงสิ่งเร้าต่างๆ ก่อนจะทำการทำการสแกนปลดล็อคด้วย Face ID

ทั้งนี้หากปิดการใช้งานฟีเจอร์ Require Attention for Face ID จะเป็นการลดระดับความปลอดภัยในการใช้งานลง หากมีผู้อื่น นำเครื่องของคุณไปสแกน ใบหน้าตอนคุณหลับก็สามารถปลดล็อคเครื่องได้ ทั้งนี้หากจะใช้งานฟีเจอร์นี้ ควรเช็คและใช้งานยามจำเป็นเมื่อต้องการเท่านั้น

ที่มา : howtogeek

แสดงความคิดเห็น